Fic Cactus [ Tezuka Kunimitsu / Fuji Shuusuke ] END.
posted on 17 Apr 2008 16:18 by reiichiเอาล่ะ...มาต่อกันดีกว่าค่ะ ที่จริงฟิคนี้น่าจะแต่งจบตั้งแต่แรกแล้วแต่ปัญหาก็คือ...เรย์คิดตอนจบไว้หลายแบบน่ะสิคะ แล้วดันตัดสินใจไม่ได้ว่าจะจบแบบไหนดี ในที่สุดก็...เขียนจบมัน 3 แบบเลย ^^"
แบบ 1 ..Happy ค่ะ
แบบ 2 กับ 3 Unhappy ค่ะ
เลือกอ่านแบบใดแบบหนึ่งหรือจะอ่าน 3 แบบก็ได้ค่ะ เพราะธีมหลักจะเหมือนกัน แค่เปลี่ยนรายละเอียด ถ้าใครไม่ชอบเศร้าจิ้ม 1 โลด อยากเศร้าจิ้มอ่าน 2 กับ 3 (อ่านแบบเศร้าสาวกเทะฟูอย่าฆ่าเรานะคะ)
อ้อ..ตอนจบแบบที่ 2 กับ 3 เราฝากไปลง (โฆษณา) ในบล็อกน้องยูด้วย เพราะบล็อกเราร้างเหลือเกิน หุหุหุ ^^"
จบแบบ 2 ที่บล็อกน้องยู http://yusayo1994.exteen.com/20080417/tenipuri-fic-cactus-tezuka-x-fuji
จบแบบ 3 ที่บล็อกน้องยู http://yusayo1994.exteen.com/20080417/tenipuri-fic-cactus-tezuka-x-fuji-3
แต่ในบล็อกเราก็มีค่ะ (คิดว่าคงไม่ค่อยมีใครมาอ่านหรอกเนาะ ฮะฮะ)
ไปอ่านต่อกันเลยค่ะ
ปล.เกือบลืม Yaoi นะคะ
ปล.2 ลิงค์ตอนแรกค่ะ อ่านก่อนนะคะเดี๋ยวงง http://reiichi.exteen.com/20080416/fic-cactus-tezuka-kunimitsu-fuji-shuusuke
จบแบบ -1-
เทะสึกะสงบสติอารมณ์และเดินตามมิสึกิเข้าไปเพื่อจะได้ฟังคำอธิบายทั้งหมด
แต่เมื่อเข้าไปในบ้านเทะสึกะก็ต้องอึ้งอีก เมื่อเห็นสภาพบ้านที่เละเทะไปหมด...ข้าวของตกหล่นระเนระนาด...ฟูจิที่เรียบร้อยเสมอเนี่ยนะ จะปล่อยให้บ้านรกได้ขนาดนี้...นี่มันผิดปกติแล้ว
“เทะสึกะคุง ให้ผมอธิบายแทนแล้วกันนะ ยูตะคุงคงยังโมโหอยู่น่ะ”
ยังไม่ทันที่มิสึกิจะพูดจบ ยูตะก็ตะโกนขัดขึ้นมาด้วยความเกรี้ยวกราด
“ยังต้องอธิบายอะไรอีกเหรอ!!!!!!!!!!!! ดูสิว่ามันทำอะไรลงไป”
“ยูตะคุง!!! เสียมารยาทน่ะ ขอโทษด้วยนะเทะสึกะคุง คือว่าเรื่องมันเป็นอย่างนี้...วันนี้ครอบครัวของยูตะคุงไม่อยู่บ้านน่ะ ฟูจิคุงอยู่คนเดียว แล้วจู่ๆฟูจิคุงก็โทรมาหายูตะคุง ยูตะคุงบอกว่าฟูจิคุงน้ำเสียงแปลกๆ พูดจาก็ไม่รู้เรื่อง แล้วก็ยังได้ยินเสียงข้าวของตกแตก ยูตะคุงก็เลยเป็นห่วงและชวนผมมาดูฟูจิคุง...แล้วก็เจอสภาพอย่างที่เห็นที่แหละ....ส่วนฟูจิคุงก็...”
มิสึกิเดินมาหยุดอยู่หน้าห้องของฟูจิ สีหน้าเหมือนลำบากใจ ยูตะยังคงมีท่าทางโกรธแค้นอยู่ เทะสึกะกำลังจะถามว่าฟูจิเป็นอะไร มิสึกิก็เปิดประตูเข้าไป
“ดูเอาเองแล้วกัน...”
“...ฟูจิ...........”
ภาพที่เห็นทำให้เทะสึกะถึงกับครางออกมา
ฟูจิที่นั่งเหม่อลอยอยู่ในห้องมืดๆ นัยน์ตาคู่สีน้ำตาลสวยแดงช้ำ ประกายสดใสที่เคยเจิดจ้าอยู่ในแววตาคู่กลับหม่นหมองจนน่าใจหาย ริมฝีปากที่มักประดับด้วยรอยยิ้มเป็นนิตย์ บัดนี้ไม่มีรอยยิ้มอีกต่อไปแล้ว ที่ร้ายไปกว่านั้นคือ อัจฉริยะคนสวยไม่แสดงอาการรับรู้เลยว่ามีคนมา ทั้งๆที่เขาอยู่ใกล้แค่นี้
“กรอด...พอผมมาถึงก็เจอพี่ฟุบหลับอยู่กลางบ้าน คงอาละวาดจนหมดแรง ตอนหลับพี่เพ้อเรียกชื่อคุณ พอตื่นขึ้นมาพี่ก็ไม่ยอมพูด ไม่ยอมกิน ไม่ยอมนอน ผมเรียกเท่าไหร่พี่ก็ไม่ตอบ พี่ไม่เคยเป็นแบบนี้ ทั้งหมดเป็นเพราะคุณ เพราะคุณคนเดียว!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”
เทะสึกะไม่ได้สนใจสิ่งที่อยู่ตะพูด สิ่งเดียวที่กัปตันหนุ่มแห่งเซชุนรู้ก็คือ...นี่เขาทำอะไรลงไป...ฟูจิที่งดงาม ฟูจิที่ร่าเริง ฟูจิที่เก่งกาจ ฟูจิที่มีรอยยิ้มให้เขาเสมอ...แต่บัดนี้ไม่มีอีกแล้ว ฟูจิคนนั้น เขาเป็นคนทำลายมันเอง
เทะสึกะเดินเข้าไปทรุดนั่งข้างๆฟูจิ จับมือคนสำคัญมากุมไว้ แต่กระนั้นแล้ว ฟูจิยังคงไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น นัยน์ตาคู่นั้นยังคงเหม่อลอย ยิ่งทำให้เทะสึกะสะเทือนอารมณ์จนแทบร้องไห้
มิสึกิเห็นดังนั้นจึงชวนยูตะเลี่ยงออกมา เพื่อให้คนทั้งคู่ได้ปรับความเข้าใจกัน แม้ยูตะจะมีท่าทีไม่ยอม เพราะไม่อยากให้พี่ชายตนอยู่ตามลำพังกับเทะสึกะ แต่เมื่อมิสึกิอธิบายว่าอาจมีเทะสึกะคนเดียวเท่านั้นที่ช่วยฟูจิได้ ยูตะจึงยอมออกไปกับมิสึกิอย่างไม่เต็มใจนัก
เมื่ออยู่ตามลำพัง เทะสึกะพรั่งพรูความในใจทั้งหมดออกมา
“ฟูจิฉัน...ฉันขอโทษ” “...ที่ฉันบอกว่านายไปด้วยไม่ได้…”
“...ฉันยอมไม่ได้ถ้านายอยู่กับฉันแล้วพรสวรรค์ของนายจะไม่ได้รับการขัดเกลา...”
“...ฉันไม่เห็นแก่ตัวขนาดพานายไปในทางที่ไม่ใช่ของนาย…” “...นายจะยึดติดกับฉันไปตลอดไม่ได้ เราต่างต้องมีชีวิตของตัวเองบางที...นี่อาจเป็นโอกาสดีที่เราจะห่างกันบ้าง...”
“…นายเป็นคนเข้มแข็งนะ ฟูจิ เหมือนกระบองเพชรต้นนี้แหละ ไม่ต้องการน้ำมากก็อยู่ได้ เหมือนนาย ถึงไม่มีฉันนายก็อยู่ได้...”
“...ที่ฉันพูดทั้งหมดนั่นฉันบอกกับตัวเองว่าเพื่อนาย ฉันทำเพื่อนาย...แต่มันเป็นข้ออ้างทั้งเพ ที่จริง...ฉันทำเพื่อตัวเองต่างหาก...”
“นายมีพรสวรรค์เหลือเกิน ฉันกลัวว่านายจะเก่งกาจจนฉันเอื้อมไม่ถึง กลัวว่าตัวเองจะไม่สามารถตามไปในเส้นทางที่นายเลือกได้ ฉัน...ผลักนายออกไปเพราะกลัวว่านายจะเก่งกาจจนไม่ต้องการฉันแล้ว ฉันจึง...ทิ้งนายเสียก่อนที่จะถูกทิ้ง...”
“ฟูจิ ฉันขอโทษ เป็นฉันเองที่อ่อนแอจนกลัวจะเสียนายไป จึงชิงออกห่างนายเสียก่อน กลัว...ว่าชีวิตฉันจะขาดนายไม่ได้...จึงไม่ยอมรับนายเข้ามาในชีวิต ฉันคิดว่าหากต้องสูญเสียนายไป...สู้ไม่มีนายแต่แรกจะยังดีกว่า...”
“...ฉันปลอบตัวเองว่านายเหมือนกระบองเพชร ไม่ต้องการน้ำมากก็อยู่ได้ แต่ฉันลืมไปว่าหากกระบองเพชรขาดน้ำก็ตายเหมือนกัน...ฉันขอโทษ เป็นความผิดของฉันเองฟูจิ...”
“ฉันมันขี้ขลาด อ่อนแอ ทำให้นายเจ็บปวด..เพราะงั้นนะฟูจิ นายจะเกลียดฉันก็ได้ แต่อย่าทำแบบนี้...อย่าทำร้ายตัวเองแบบนี้เลย...กลับมาเป็นนายคนเดิมเถอะนะ ฟูจิ พูดกับฉันหน่อยซี่!!!!!!!!!!!!”
เทะสึกะรวบตัวฟูจิมาไว้ในอ้อมกอด พร้อมสะอื้นไห้อย่างเจ็บปวด เมื่อเห็นคนสำคัญของตัวเองมีสภาพเหมือนตุ๊กตาที่แตกสลาย...ไม่พูดไม่จา ไม่มีปฏิกิริยา
แต่แล้วหางตาเทะสึกะก็เหลือบเห็นกระบองเพชรต้นสำคัญที่ฟูจิให้เขามา เขาเผลอเอาติดมือมาด้วย แม้ตอนถูกยูตะต่อยเขาก็ยังไม่ปล่อยกระบองเพชรต้นนี้หลุดมือ เพราะมันเป็นของสำคัญของ...คนสำคัญของเขา จริงสิ...ถ้าฟูจิเห็นกระบองเพชรต้นนี้อาจจะมีปฏิกิริยาก็ได้ คิดได้ดังนั้นเทะสึกะไม่รอช้า หยิบกระบองเพชรวางลงบนมือฟูจิทันที
“ฟูจิ...กระบองเพชรต้นนี้ไงที่นายให้ฉันมา นายบอกว่ามันดูแลง่าย...แต่ว่านะ ฉันน่ะก็ยังดูแลต้นไม้ไม่เก่งอยู่ดี เกรงว่าจะทำมันตายแน่ๆ เพราะงั้นนะ...เพราะงั้น...นายจะอยู่กับฉันได้ไหม เราจะได้ช่วยกันดูแลมันไงล่ะ...”
พูดไปแล้วเทะสึกะก็กลั้นหายใจ รอคอยคำตอบจากคนในอ้อมกอดของตัวเอง ได้แต่กังวล...ถ้าขนาดนี้แล้วฟูจิยังไม่รู้สึกอะไร เขาจะทำไงดี และแล้วเทะสึกะก็รู้สึกเหมือนนกภูเขาออกจากอก เมื่อฟูจิยอมพูดเป็นครั้งแรก
“....ฮะฮะฮะ ถ้าคนอื่นรู้เข้าจะว่าไงเนี่ย คนที่เก่งสารพัดอย่างเธอ แค่ดูแลกระบองเพชรยังทำไม่ได้เลยเหรอ ทึ่มจังนะ เทะสึกะ ก็ได้ ผมจะช่วยเธอดูแลก็ได้”
เทะสึกะแทบร้องไห้ เขาไม่ได้สนใจด้วยซ้ำว่าฟูจิพูดอะไร รู้แต่เขาได้ฟูจิคนเดิมกลับมาแล้ว แค่นี้ก็พอแล้ว เขาได้โอกาสอีกครั้ง คราวนี้ล่ะจะไม่ทำพลาดอีกแล้ว
“...ผมน่ะรักเธอนะ เทะสึกะผมไม่ทิ้งเธอหรอก ผมต่างหากล่ะที่กลัวถูกเธอทิ้ง...เหมือนวันนี้”
ร่างบอบบางในอ้อมกอดเทะสึกะสั่นเทาอย่างสุดระงับ เมื่อนึกถึงความทรงจำอันเลวร้าย ยังเจ็บอยู่เลย...บาดแผลที่เทะสึกะสร้าง มันกรีดลึกเสียจนไม่สามารถเยียวยาได้ในเวลาเพียงชั่วครู่ เทะสึกะก็รู้ดี เขากระชับอ้อมแขนแน่นขึ้นและจูบเบาๆที่ขมับฟูจิเพื่อปลอบโยน หวังว่าความรู้สึกของเขาจะส่งผ่านไปถึงร่างบาง
“ฉันไม่ทิ้งนายอีกแล้ว ฉันสาบาน ฉันจะไม่ขี้ขลาดอีกต่อไป ฟูจิ ฉันรักนาย อยู่ด้วยกันตลอดไปนะ ถึงฉันจะไปเยอรมันหรือที่ไหนก็ตาม ไปด้วยกันนะ ฉันจะจับมือนายไว้แล้วเราจะก้าวเดินในเส้นทางเดียวกัน ไม่ว่าอนาคตจะเป็นยังไง ฉันจะมีนาย และนายจะมีฉัน...ตลอดไป”
“ฮึก...เทะสึกะ ผม..ผม...อ๊ะ”
ฟูจิสะอื้นเมื่อได้ยินคำยืนยันหนักแน่นของเทะสึกะ แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรริมฝีปากคู่หนาก็ปิดปากเขาไว้ ลิ้นอุ่นแทรกสอดเข้ามาลิ้มรสความหอมหวาน จุมพิตนี้แทนความรู้สึกทั้งมวล ไม่มีคำพูดใดใดระหว่างพวกเขาอีกต่อไป
...บัดนี้ กระบองเพชรได้รับน้ำอย่างเพียงพอแล้ว ต่อไปมันจะผลิดอกอันสวยงาม...
END
จบแบบ -2-
เทะสึกะสงบสติอารมณ์และเดินตามมิสึกิเข้าไปเพื่อจะได้ฟังคำอธิบายทั้งหมด แต่เมื่อเข้าไปในบ้านเทะสึกะก็ต้องอึ้งอีก เมื่อเห็นสภาพบ้านที่เละเทะไปหมด...ข้าวของตกหล่นระเนระนาด...ฟูจิที่เรียบร้อยเสมอเนี่ยนะ จะปล่อยให้บ้านรกได้ขนาดนี้...นี่มันผิดปกติแล้ว“เทะสึกะคุง ให้ผมอธิบายแทนแล้วกันนะ ยูตะคุงคงยังโมโหอยู่น่ะ”
ยังไม่ทันที่มิสึกิจะพูดจบ ยูตะก็ตะโกนขัดขึ้นมาด้วยความเกรี้ยวกราด
“ยังต้องอธิบายอะไรอีกเหรอ!!!!!!!!!!!! ดูสิว่ามันทำอะไรลงไป”
“ยูตะคุง!!! เสียมารยาทน่ะ ขอโทษด้วยนะเทะสึกะคุง คือว่าเรื่องมันเป็นอย่างนี้...วันนี้ครอบครัวของยูตะคุงไม่อยู่บ้านน่ะ ฟูจิคุงอยู่คนเดียว แล้วจู่ๆฟูจิคุงก็โทรมาหายูตะคุง ยูตะคุงบอกว่าฟูจิคุงน้ำเสียงแปลกๆ พูดจาก็ไม่รู้เรื่อง แล้วก็ยังได้ยินเสียงข้าวของตกแตก ยูตะคุงก็เลยเป็นห่วงและชวนผมมาดูฟูจิคุง...แล้วก็เจอสภาพอย่างที่เห็นที่แหละ....ส่วนฟูจิคุงก็...”
มิสึกิเดินมาหยุดอยู่หน้าห้องของฟูจิ สีหน้าเหมือนลำบากใจ ยูตะยังคงมีท่าทางโกรธแค้นอยู่ เทะสึกะกำลังจะถามว่าฟูจิเป็นอะไร มิสึกิก็เปิดประตูเข้าไป
“ดูเอาเองแล้วกัน...”
“...ฟูจิ...........”
ภาพที่เห็นทำให้เทะสึกะถึงกับครางออกมา
ฟูจิที่นอนหลับอยู่ในห้องมืดๆ นัยน์ตาคู่สีน้ำตาลสวยแดงช้ำ ริมฝีปากที่มักประดับด้วยรอยยิ้มเป็นนิตย์ บัดนี้หม่นเศร้าเหลือเกิน ที่ร้ายไปกว่านั้นคือ อัจฉริยะคนสวยไม่แสดงอาการรับรู้เลยว่ามีคนมา ทั้งๆที่เขาอยู่ใกล้แค่นี้
“กรอด...พอผมมาถึงก็เจอพี่ฟุบหลับอยู่กลางบ้าน คงอาละวาดจนหมดแรง ตอนหลับพี่เพ้อเรียกชื่อคุณ ผมเรียกเท่าไหร่พี่ก็ไม่ตอบ พี่ไม่เคยเป็นแบบนี้ ทั้งหมดเป็นเพราะคุณ เพราะคุณคนเดียว!!!!!!!!!!!!!!”
เทะสึกะไม่ได้สนใจสิ่งที่อยู่ตะพูด สิ่งเดียวที่กัปตันหนุ่มแห่งเซชุนรู้ก็คือ...นี่เขาทำอะไรลงไป...ฟูจิที่งดงาม ฟูจิที่ร่าเริง ฟูจิที่เก่งกาจ ฟูจิที่มีรอยยิ้มให้เขาเสมอ...แต่บัดนี้ไม่มีอีกแล้ว ฟูจิคนนั้น เขาเป็นคนทำลายมันเอง
เทะสึกะเดินเข้าไปทรุดนั่งข้างๆฟูจิ จับมือคนสำคัญมากุมไว้ แต่ก็ต้องตกใจเมื่อมือนั้นเย็นเฉียบ และ...เปียกชื้น
“ใครก็ได้เปิดไฟที!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”
เทะสึกะตะโกนอย่างตื่นตระหนก ภาวนาอย่าให้สิ่งที่เขาคิดเป็นจริง แต่ดูเหมือนพระเจ้าจะไม่เข้าข้าง
เมื่อแสงไฟสว่างขึ้น ทุกคนก็ต้องช็อก เมื่อข้อมือเรียวสวยของฟูจิมีรอยกรีดเป็นทางยาว เลือดอุ่นๆยังไหลริน ผิดกลับอุณหภูมิร่างกายที่เย็บเฉียบของร่างบอบบาง ใบหน้าของฟูจิซีดเซียวจนน่าใจหาย
คนที่ได้สติก่อนใครเพื่อนคือมิสึกิ ผู้จัดการทีมเซนต์รูดอล์ฟโทรเรียกรถพยาบาลทันที...แม้รู้อยู่ในใจลึกๆว่า...สายไปเสียแล้ว
ยูตะผลักเทะสึกะกระเด็น เด็กหนุ่มผวาเข้ากอดร่างเย็นเยียบของพี่ชายและปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายใคร ส่วนเทะสึกะได้แต่นิ่งไปด้วยความช็อก...มือของฟูจิเย็นยะเยียบ...สัมผัสนั้นยังติดตรึงอยู่ที่ปลายนิ้วเขา
-----------------------------------
“...เทะสึกะ ทำใจดีๆไว้นะ ฟูจิเขาไปสบายแล้ว”
เสียงนั้นเป็นของรองกัปตันแห่งเซชุน โออิชิ ชูอิจิโร่ เพื่อนสนิทอีกคนของเขา
“นี่ก็ดึกแล้ว นายไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้...ยังต้องไปงาน...ตั้งแต่เช้านะ”
โออิชิเลี่ยงที่จะพูดคำว่างานศพออกมา หลังจากที่ฟูจิถูกส่งเข้าโรงพยาบาล พวกสมาชิกตัวจริงทุกคนของเซชุนก็รู้ข่าว จึงรีบมาทันที...และแล้วพวกเขาก็ได้รับข่าวร้ายว่าเพื่อนของตนจากไปแล้ว...ตลอดกาล ถึงจะช็อก แต่ก็อดเป็นห่วงเทะสึกะไม่ได้ กัปตันหนุ่มไม่มีน้ำตาแม้สักหยดและยังเงียบขรึมจนน่ากลัว
“พวกนายกลับไปก่อนเถอะ...ฉันอยากจะอยู่กับฟูจิ...เป็นครั้งสุดท้ายน่ะ”
“งั้น...พวกเราไปก่อนนะ”
เมื่อได้ยินเทะสึกะพูดหนักแน่นเช่นนั้น โออิชิก็จำใจชวนคนอื่นๆกลับ
เมื่ออยู่ตามลำพัง เทะสึกะพรั่งพรูความในใจทั้งหมดออกมา
“ฟูจิฉัน...ฉันขอโทษ”
“...ที่ฉันบอกว่านายไปด้วยไม่ได้…”
“...ฉันยอมไม่ได้ถ้านายอยู่กับฉันแล้วพรสวรรค์ของนายจะไม่ได้รับการขัดเกลา...”
“...ฉันไม่เห็นแก่ตัวขนาดพานายไปในทางที่ไม่ใช่ของนาย…”
“...นายจะยึดติดกับฉันไปตลอดไม่ได้ เราต่างต้องมีชีวิตของตัวเองบางที...นี่อาจเป็นโอกาสดีที่เราจะห่างกันบ้าง...”
“…นายเป็นคนเข้มแข็งนะ ฟูจิ เหมือนกระบองเพชรต้นนี้แหละ ไม่ต้องการน้ำมากก็อยู่ได้ เหมือนนาย ถึงไม่มีฉันนายก็อยู่ได้...”
“...ที่ฉันพูดทั้งหมดนั่นฉันบอกกับตัวเองว่าเพื่อนาย ฉันทำเพื่อนาย...แต่มันเป็นข้ออ้างทั้งเพ ที่จริง...ฉันทำเพื่อตัวเองต่างหาก...”
“นายมีพรสวรรค์เหลือเกิน ฉันกลัวว่านายจะเก่งกาจจนฉันเอื้อมไม่ถึง กลัวว่าตัวเองจะไม่สามารถตามไปในเส้นทางที่นายเลือกได้ ฉัน...ผลักนายออกไปเพราะกลัวว่านายจะเก่งกาจจนไม่ต้องการฉันแล้ว ฉันจึง...ทิ้งนายเสียก่อนที่จะถูกทิ้ง...”
“ฟูจิ ฉันขอโทษ เป็นฉันเองที่อ่อนแอจนกลัวจะเสียนายไป จึงชิงออกห่างนายเสียก่อน กลัว...ว่าชีวิตฉันจะขาดนายไม่ได้...จึงไม่ยอมรับนายเข้ามาในชีวิต ฉันคิดว่าหากต้องสูญเสียนายไป...สู้ไม่มีนายแต่แรกจะยังดีกว่า...”
“...ฉันปลอบตัวเองว่านายเหมือนกระบองเพชร ไม่ต้องการน้ำมากก็อยู่ได้ แต่ฉันลืมไปว่าหากกระบองเพชรขาดน้ำก็ตายเหมือนกัน...ฉันขอโทษ เป็นความผิดของฉันเองฟูจิ...”
“ฉันมันขี้ขลาด อ่อนแอ ทำให้นายเจ็บปวด..เพราะงั้นนะฟูจิ นายจะเกลียดฉันก็ได้ แต่อย่าทำแบบนี้...อย่าทำร้ายตัวเองแบบนี้เลย...กลับมาเป็นนายคนเดิมเถอะนะ ฟูจิ พูดกับฉันหน่อยซี่!!!!!!!!!!!!”
เทะสึกะรวบตัวฟูจิมาไว้ในอ้อมกอด พร้อมสะอื้นไห้อย่างเจ็บปวด เมื่อเห็นคนสำคัญของตัวเองในสภาพไร้ลมหายใจ แต่แล้วหางตาเทะสึกะก็เหลือบเห็นกระบองเพชรต้นสำคัญที่ฟูจิให้เขามา เขาเผลอเอาติดมือมาด้วย แม้ตอนถูกยูตะต่อยเขาก็ยังไม่ปล่อยกระบองเพชรต้นนี้หลุดมือ เพราะมันเป็นของสำคัญของ...คนสำคัญของเขา จึงหยิบประบองเพชรวางลงบนมือฟูจิและ...ตัดสินใจบางอย่าง
หลังจากที่ออกจากโรงพยาบาลมา เรียวมะได้เล่นถึงเหตุการณ์ที่ตนได้ยินเทะสึกะกับฟูจิทะเลาะกันในห้องชมรมให้ทุกคนฟัง พวกเขาได้แต่นิ่งไปด้วยความเสียใจ ถ้าหาก...เทะสึกะปรับความเข้าใจกับฟูจิเร็วกว่านี้...เรื่องนี้อาจไม่เกิดขึ้น...สายเกินไปที่จะย้อนกลับไปแก้ไขอะไร แต่จู่ๆเรียวมะก็พูดอะไรบางอย่างออกมา
“รุ่นพี่ฮะ กลับไปดูกัปตันกันเถอะ ผม...สังหรณ์ใจไม่ดีเลย”
ด้วยความกังวลกลับท่าทีแปลกๆของเทะสึกะเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ทุกคนจึงทำตามที่เอจิเซ็นพูดทันที
เมื่อมาถึงโรงพยาบาลทุกคนก็ต้องช็อกอีกรอบ เมื่อเทะสึกะไม่อยู่แล้ว...และร่างไร้วิญญาณของฟูจิก็ไม่อยู่ด้วย
“....แย่แล้ว......เราต้องรีบตามหาเทะสึกะ...”
“แล้วจะไปตามที่ไหนล่ะ!!!!!!!!”
“Nya นึกออกแล้ว ฟูจิเคยเล่าให้ฟังว่าเจอกับเทะสึกะครั้งแรกที่ต้นซากุระข้างชมรม เขาบอกว่ามันเป็นสถานที่พิเศษของพวกเขา เราลองไปดูกันเถอะ”
“จริงเหรอเอจิ งั้นก็รีบไปเถอะ”
เมื่อมาถึงต้นซากุระข้างชมรม ทุกคนก็ต้องตกตะลึง คืนนี้เป็นคืนจันทร์เพ็ญ เทะสึกะนั่งอยู่ใต้ต้นไม้มีฟูจิอยู่ในอ้อมกอด มือทั้งคู่กุมต้นกระบองเพชรประหนึ่งว่ามันเป็นสิ่งสำคัญเหลือแสน
ดอกซากุระที่บานสะพรั่งส่งกลิ่นหอมฟุ้ง ร่วงหล่นราวบุปผาพิรุณ แสงจันทร์นวลตาสาดส่องต้องใบหน้าหน้าของทั้งสอง แลดูสงบนิ่งภายใต้ห้วงนิทรา แต่เป็นความสงบนิ่งที่...ไร้ชีวิต
เลือดอุ่นๆไหลรินจากข้อมือของเทะสึกะ ย้อมสีชมพูแห่งซากะจนแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงชาดแห่งหยาดโลหิต...ภาพที่ปรากฏนี้ช่างงดงาม..น่าพรั่นพรึง เสียงร่ำไห้สะท้อนก้องไปในรัตติกาลที่มืดหม่นนี้
แต่สองร่างที่อยู่ภายใต้ห้วงนิทรารมณ์ ไม่รับรู้สิ่งใดอีกแล้ว ถึงอย่างไร...มันก็ไม่สำคัญ เพราะพวกเขาจะอยู่ด้วยกัน...ตลอดไป
...กระบองเพชรต้องการน้ำน้อยนิด แต่ขาดน้ำก็ตาย แม้รดน้ำภายหลังก็สายเสียแล้ว...
END
จบแบบ -3-
เทะสึกะสงบสติอารมณ์และเดินตามมิสึกิเข้าไปเพื่อจะได้ฟังคำอธิบายทั้งหมด แต่เมื่อเข้าไปในบ้านเทะสึกะก็ต้องอึ้งอีก เมื่อเห็นสภาพบ้านที่เละเทะไปหมด...ข้าวของตกหล่นระเนระนาด...ฟูจิที่เรียบร้อยเสมอเนี่ยนะ จะปล่อยให้บ้านรกได้ขนาดนี้...นี่มันผิดปกติแล้ว
“เทะสึกะคุง ให้ผมอธิบายแทนแล้วกันนะ ยูตะคุงคงยังโมโหอยู่น่ะ”
ยังไม่ทันที่มิสึกิจะพูดจบ ยูตะก็ตะโกนขัดขึ้นมาด้วยความเกรี้ยวกราด
“ยังต้องอธิบายอะไรอีกเหรอ!!!!!!!!!!!! ดูสิว่ามันทำอะไรลงไป”
“ยูตะคุง!!! เสียมารยาทน่ะ ขอโทษด้วยนะเทะสึกะคุง คือว่าเรื่องมันเป็นอย่างนี้...วันนี้ครอบครัวของยูตะคุงไม่อยู่บ้านน่ะ ฟูจิคุงอยู่คนเดียว แล้วจู่ๆฟูจิคุงก็โทรมาหายูตะคุง ยูตะคุงบอกว่าฟูจิคุงน้ำเสียงแปลกๆ พูดจาก็ไม่รู้เรื่อง แล้วก็ยังได้ยินเสียงข้าวของตกแตก ยูตะคุงก็เลยเป็นห่วงและชวนผมมาดูฟูจิคุง...แล้วก็เจอสภาพอย่างที่เห็นที่แหละ....ส่วนฟูจิคุงก็...”
มิสึกิเดินมาหยุดอยู่หน้าห้องของฟูจิ สีหน้าเหมือนลำบากใจ ยูตะยังคงมีท่าทางโกรธแค้นอยู่ เทะสึกะกำลังจะถามว่าฟูจิเป็นอะไร มิสึกิก็เปิดประตูเข้าไป
“ดูเอาเองแล้วกัน...”
“...ฟูจิ...........”
ภาพที่เห็นทำให้เทะสึกะถึงกับครางออกมา
ฟูจิที่นอนหลับอยู่ในห้องมืดๆ นัยน์ตาคู่สีน้ำตาลสวยแดงช้ำ ริมฝีปากที่มักประดับด้วยรอยยิ้มเป็นนิตย์ บัดนี้หม่นเศร้าเหลือเกิน ที่ร้ายไปกว่านั้นคือ อัจฉริยะคนสวยไม่แสดงอาการรับรู้เลยว่ามีคนมา ทั้งๆที่เขาอยู่ใกล้แค่นี้
“กรอด...พอผมมาถึงก็เจอพี่ฟุบหลับอยู่กลางบ้าน คงอาละวาดจนหมดแรง ตอนหลับพี่เพ้อเรียกชื่อคุณ ผมเรียกเท่าไหร่พี่ก็ไม่ตอบ พี่ไม่เคยเป็นแบบนี้ ทั้งหมดเป็นเพราะคุณ เพราะคุณคนเดียว!!!!!!!!!!!!!!”
เทะสึกะไม่ได้สนใจสิ่งที่อยู่ตะพูด สิ่งเดียวที่กัปตันหนุ่มแห่งเซชุนรู้ก็คือ...นี่เขาทำอะไรลงไป...ฟูจิที่งดงาม ฟูจิที่ร่าเริง ฟูจิที่เก่งกาจ ฟูจิที่มีรอยยิ้มให้เขาเสมอ...แต่บัดนี้ไม่มีอีกแล้ว ฟูจิคนนั้น เขาเป็นคนทำลายมันเอง
เทะสึกะเดินเข้าไปทรุดนั่งข้างๆฟูจิ จับมือคนสำคัญมากุมไว้ แต่ก็ต้องตกใจเมื่อมือนั้นเย็นเฉียบ ราวกับ...ไม่ใช่มือของคนที่มีชีวิตอยู่
“ใครก็ได้เปิดไฟที!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”
เทะสึกะตะโกนอย่างตื่นตระหนก ภาวนาอย่าให้สิ่งที่เขาคิดเป็นจริง แต่ดูเหมือนพระเจ้าจะไม่เข้าข้าง
เมื่อแสงไฟสว่างขึ้น ทุกคนก็ต้องช็อก เมื่อเห็นขวดยานอนหลับตกเกลื่อนกลาดข้างตัวอัจฉริยะแห่งเซชุน มันคงจะไม่แย่ถ้าหากว่าขวดนั้นไม่ได้...ว่างเปล่า!!!!!
ฟูจิกินยานอนหลับเข้าไปมากแค่ไหนกัน
คนที่ได้สติก่อนใครเพื่อนคือมิสึกิ ผู้จัดการทีมเซนต์รูดอล์ฟโทรเรียกรถพยาบาลทันที...แม้รู้อยู่ในใจลึกๆว่า...อาจสายไปเสียแล้ว
ยูตะผลักเทะสึกะกระเด็น เด็กหนุ่มผวาเข้ากอดร่างเย็นเยียบของพี่ชายและปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายใคร ส่วนเทะสึกะได้แต่นิ่งไปด้วยความช็อก...มือของฟูจิเย็นยะเยียบ...สัมผัสนั้นยังติดตรึงอยู่ที่ปลายนิ้วเขา
----------------------------------------------------
เทะสึกะกุมมือร่างบางที่หลับอยู่บนเตียงของโรงพยาบาล ใบหน้าสวยหวานดูนิ่งสงบทีเดียว ใจหนึ่งเขาก็หวนระลึกถึงสิ่งที่ได้ยินจากปากของแพทย์ผู้ดูแลฟูจิ
“คนไข้ปลอดภัยแล้วล่ะครับ โชคดีที่มาถึงโรงพยาบาลเร็ว...แต่ว่าจากอาการของคนไข้แล้วมีโอกาสสูงทีเดียวที่จะหลับเป็นเจ้าชายนิทราไปตลอด...ยังไงก็ขอให้เผื่อใจไว้บ้างนะครับ...”
คำพูดนั้นเหมือนสายฟ้าฟาดลงมากลางใจทุกคน ยูตะอาละวาดทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น จนมิสึกิต้องทั้งปลอบทั้งขู่อยู่นานกว่าจะสงบ แต่สิ่งที่ทำให้เทะสึกะเจ็บปวดคือสายตาของเด็กหนุ่ม ยูตะจ้องมองเทะสึกะอย่างแค้นเคือง
เทะสึกะรู้ดี...ว่ายูตะโทษเขาที่ทำให้ฟูจิเป็นเช่นนี้ แต่ไม่ต้องให้ใครมาโทษเขา เขาก็โทษตัวเองเหมือนกัน เขา...ทำร้ายฟูจิ
เมื่อเขาขอโอกาสอยู่กับฟูจิ ยูตะก็ปฏิเสธทันที โชคดีที่มิสึกิเข้าใจจึงกล่อมจนยูตะยอมให้เขาได้อยู่กับฟูจิ..ตามลำพัง
ตอนนี้เทะสึกะกุมมือของฟูจิไว้เงียบๆ มือของร่างบางเจ้าของรอยยิ้มอ่อนโยนยังคงเย็น แต่ก็อุ่นขึ้นกว่าคราแรก เทะสึกะจับมือบางนั้นแนบแก้ม น้ำตาไหลช้าๆ ความในใจทั้งหมดพรั่งพรูราวกับน้ำที่ลักจากภาชนะ
“ฟูจิฉัน...ฉันขอโทษ”
“...ที่ฉันบอกว่านายไปด้วยไม่ได้…”
“...ฉันยอมไม่ได้ถ้านายอยู่กับฉันแล้วพรสวรรค์ของนายจะไม่ได้รับการขัดเกลา...”
“...ฉันไม่เห็นแก่ตัวขนาดพานายไปในทางที่ไม่ใช่ของนาย…”
“...นายจะยึดติดกับฉันไปตลอดไม่ได้ เราต่างต้องมีชีวิตของตัวเองบางที...นี่อาจเป็นโอกาสดีที่เราจะห่างกันบ้าง...”
“…นายเป็นคนเข้มแข็งนะ ฟูจิ เหมือนกระบองเพชรต้นนี้แหละ ไม่ต้องการน้ำมากก็อยู่ได้ เหมือนนาย ถึงไม่มีฉันนายก็อยู่ได้...”
“...ที่ฉันพูดทั้งหมดนั่นฉันบอกกับตัวเองว่าเพื่อนาย ฉันทำเพื่อนาย...แต่มันเป็นข้ออ้างทั้งเพ ที่จริง...ฉันทำเพื่อตัวเองต่างหาก...”
“นายมีพรสวรรค์เหลือเกิน ฉันกลัวว่านายจะเก่งกาจจนฉันเอื้อมไม่ถึง กลัวว่าตัวเองจะไม่สามารถตามไปในเส้นทางที่นายเลือกได้ ฉัน...ผลักนายออกไปเพราะกลัวว่านายจะเก่งกาจจนไม่ต้องการฉันแล้ว ฉันจึง...ทิ้งนายเสียก่อนที่จะถูกทิ้ง...”
“ฟูจิ ฉันขอโทษ เป็นฉันเองที่อ่อนแอจนกลัวจะเสียนายไป จึงชิงออกห่างนายเสียก่อน กลัว...ว่าชีวิตฉันจะขาดนายไม่ได้...จึงไม่ยอมรับนายเข้ามาในชีวิต ฉันคิดว่าหากต้องสูญเสียนายไป...สู้ไม่มีนายแต่แรกจะยังดีกว่า...”
“...ฉันปลอบตัวเองว่านายเหมือนกระบองเพชร ไม่ต้องการน้ำมากก็อยู่ได้ แต่ฉันลืมไปว่าหากกระบองเพชรขาดน้ำก็ตายเหมือนกัน...ฉันขอโทษ เป็นความผิดของฉันเองฟูจิ...”
“ฉันมันขี้ขลาด อ่อนแอ ทำให้นายเจ็บปวด..เพราะงั้นนะฟูจิ นายจะเกลียดฉันก็ได้ แต่อย่าทำแบบนี้...อย่าทำร้ายตัวเองแบบนี้เลย...กลับมาเป็นนายคนเดิมเถอะนะ ฟูจิ ตื่นมาพูดกับฉันหน่อยซี่!!!!!!!!!!!!”
เทะสึกะรวบตัวฟูจิมาไว้ในอ้อมกอด พร้อมสะอื้นไห้อย่างเจ็บปวด เมื่อเห็นคนสำคัญของตัวเองมีสภาพเหมือนตุ๊กตาที่ลานหมด ไม่มีปฏิกิริยาใดใดทั้งนั้น
แต่แล้วหางตาเทะสึกะก็เหลือบเห็นกระบองเพชรต้นสำคัญที่ฟูจิให้เขามา เขาเผลอเอาติดมือมาด้วย แม้ตอนถูกยูตะต่อยเขาก็ยังไม่ปล่อยกระบองเพชรต้นนี้หลุดมือ เพราะมันเป็นของสำคัญของ...คนสำคัญของเขา จริงสิ...ถ้าฟูจิเห็นกระบองเพชรต้นนี้อาจจะมีปฏิกิริยาก็ได้ คิดได้ดังนั้นเทะสึกะไม่รอช้า หยิบประบองเพชรวางลงบนมือฟูจิทันที
“ฟูจิ...กระบองเพชรต้นนี้ไงที่นายให้ฉันมา นายบอกว่ามันดูแลง่าย...แต่ว่านะ ฉันน่ะก็ยังดูแลต้นไม้ไม่เก่งอยู่ดี เกรงว่าจะทำมันตายแน่ๆ เพราะงั้นนะ...เพราะงั้น...นายจะอยู่กับฉันได้ไหม เราจะได้ช่วยกันดูแลมันไงล่ะ...”
พูดไปแล้วเทะสึกะก็กลั้นหายใจ รอคอยปฏิกิริยาจากฟูจิ หวังว่าคนสำคัญจะรับรู้เสียที ได้แต่กังวล...ถ้าขนาดนี้แล้วฟูจิยังไม่รู้สึกอะไร เขาจะทำไงดี
แต่ความสิ้นหวังก็เกาะกุมจิตใจ เมื่อเวลาผ่านไปชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่า คนในอ้อมกอดของตนยังคงหลับใหล เทะสึกะจึงเอากระบองเพชรออกจากมือฟูจิและวางไว้หัวเตียง
“เอาเถอะฟูจิ...วันนี้นายไม่ตื่น พรุ่งนี้นายอาจจะตื่น ฉันจะอยู่ตรงนี้ รอนายตลอดไป ฉันสาบาน”
วันนี้อากาศก็สดใส เทะสึกะนำกระบองเพชรออกไปรับแสงแดด พร้อมทั้งเปิดม่านเล็กน้อย เพื่อให้ฟูจิโดนแดดเสียบ้าง จะได้ไม่ซีดเซียวนักเนื่องจากอยู่ในห้องนานๆ
“นี่ฟูจิ...ดูสิ วันนี้อากาศก็แจ่มใสมากเลยล่ะ ดอกไม้บานสวยเชียว มีรุ้งกินน้ำด้วยแน่ะ นายจะไม่ตื่นมาดูหน่อยหรือ...”
เทะสึกะเดินมานั่งข้างเตียงคนรัก พร้อมปัดปอยผมที่ปรกหน้าฟูจิออก และจุมพิตที่หน้าผากเบาๆ
“...ฟูจิ เมื่อไหร่นายจะตื่นเสียทีล่ะ แต่ถ้านายยังไม่อยากตื่นก็ไม่เป็นไร ฉันจะรอนายนะ...แต่ตอนนี้ฉันไปทำงานก่อนล่ะ ตอนเย็นฉันจะมาใหม่”
เทะสึกะจูบลาฟูจิอีกครั้ง และเดินออกไป เมื่อสวนกับนางพยาบาลสองคน เขาก็ผงกศีรษะเป็นเชิงทักทายเล็กน้อย
“รุ่นพี่คะ คนเมื่อกี้เป็นญาติคนไข้เหรอคะ หล่อจังเลย”
“นี่แม่แม่พยาบาลใหม่ อย่าเอ็ดไปสิยะ เสียมารยาทนะรู้ไหม!!!!”
“แหม รุ่นพี่ก็ หนูสงสัยนี่คะ~”
“เธอเพิ่งย้ายมาดูแลแผนกนี้สินะ คนเก่าๆเขารู้กันทั่วแหละ คนไข้ห้องนี้น่ะนอนเป็นเจ้าชายนิทรามา 10 ปีแล้ว คนเมื่อกี้เขาเป็นคนรัก เขาจะมาดูแลทุกวันเลย ตลอด 10 ปีนี้เขามาทุกวันไม่เคยขาด เห็นว่าเป็นนักกีฬาอนาคตไกลด้วยน่ะ จะได้ไปถึงเยอรมันแต่ก็ปฏิเสธไปเพื่อมาดูแลคนรักที่หลับไม่ตื่น...”
“...อีกอย่าง เห็นกระบองเพชรต้นนั้นไหมเธอ รู้สึกจะเป็นของขวัญที่คนไข้ให้เขามาน่ะ ดูแลอย่างดีเชียว ทุกวันจะมารดน้ำ เอาออกมารับแดด แล้วตอนเย็นก็จะมาเก็บ เขามาพูดคุยกับคนไข้ถึงดึกประจำ จนผอ.อ่อนใจยอมให้เขานอนค้างที่นี่ นับจากนั้นล่ะ เขาก็มาค้างทุกวันเลย...แต่คนรักของเขาก็ยังไม่ตื่น...จนทุกคนเห็นใจกันหมดแล้ว”
“โห...สุดยอดเลยนะคะ เป็นผู้ชายที่ดีจริงๆ หนูก็อยากเจอผู้ชายแบบนี้มั่งอ่ะ”
“มะเหงกเถอะย่ะ เอ้ารีบๆทำงานของตัวเองได้แล้ว เดี๋ยวเราต้องไปดูแลคนอื่นอีกนะ”
“ค่ะค่ะ โหดจังรุ่นพี่ แค่นี้ก็ต้องเขกหัวด้วยย~~”
พอตกเย็น เลิกงานแล้วเทะสึกะก็กลับมาหาฟูจิอีกครั้ง เขาอยู่ที่นี่นานเสียจนโรงพยาบาลแห่งนี้กลายเป็นบ้านของเขาไปเสียแล้ว...ที่จริง เทะสึกะเองก็จำไม่ได้ว่ากลับบ้านครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่...
“...กลับมาแล้วล่ะฟูจิ”
เทะสึกะทักทายคนรัก แม้รู้ดีว่าฟูจิไม่สามารถตอบเขาได้ แต่เขาก็ยังหวัง...หวังว่าสักวันจะได้ยินเสียงหวานทักกลับว่า ‘กลับมาแล้วหรือเทะสึกะ’
เทะสึกะนำต้นกระบองเพชรที่เอาออกไปรับแสงตรงระเบียงเมื่อเช้าเข้ามาไว้ข้างเตียงฟูจิ และทรุดนั่งลงอีกข้างหนึ่ง เขากุมมือฟูจิไว้เบาๆ และเริ่มเล่าเรื่องราวต่างๆที่พบเจอในวันนี้ให้ร่างบางฟัง
เทะสึกะทำเช่นนี้ทุกวัน...ตลอด 10 ปี เพื่อให้ฟูจิรู้ว่าเขาจะยังอยู่ข้างๆฟูจิตลอดไป แม้นานแค่ไหนเทะสึกะก็รอ...รอวันที่ฟูจิจะตื่น
...กระบองเพชรที่ต้องใช้เวลาในการเยียวยา...บางที...สักวันกระบองเพชรนั้นอาจฟื้นคืน...และผลิดอกอันสวยงาม...ใครจะรู้ได้...
END
ยูแบบ 2 กับ 3 พี่ขอก้อปปี้ในบล็อกยูมานะ เพราะพี่ลงแล้วติดกันเป็นพรืดเลย ลายตาอ่ะ สงสัยโค้ดมีปัญหา T^T ขออนุญาตนะยู จนปัญญาจริงๆ อ่านยากหน่อยก็ขอโทษด้วยน๊า
เฮ้ออออ............เหนื่อย (ปาดเหงื่อ) ในที่สุดก็จบจนได้ อิเรย์องค์ลงค่ะ ไม่รู้จะจบแบบไหนจับจบมัน 3 แบบเลย
แบบ 1 นี่เป็นแบบที่คิดไว้ตอนแรกสุด เป็นแบบที่ชอบที่สุดด้วยเพราะจบแบบมีความสุข (ยู : แล้วพี่เรย์จะแต่งเศร้าทำไมค้า เรย์: ได้ข่าวว่ามีคนรีเควสต์นี่ 55+) อิเรย์ไม่ชอบฟิคเศร้าสะเทือนอารมณ์ค่ะ แต่ไหงแต่ฟิคแบบนี้ได้ดีกว่าฟิคตลกก็ไม่รู้ ^^"
แบบ 2 นี่เป็นแบบที่เศร้าที่สุดเลยค่ะ พิมพ์ไปจะร้องไห้ไป (แล้วเอ็งจะแต่งทำไมมิทราบ -- --")
ส่วนแบบ 3 เรย์ว่าซึ้งนะคะ เรย์ชอบแบบนี้เหมือนกัน จบแบบไม่จบ...(จะโดนคนอ่านฆ่ามั๊ยเนี่ย~~)
แต่เรย์ก็ชอบทั้ง 3 แบบเลยนะคะ !!!!!!! ถึงเขียนมา 3 แบบเพราะตัดใจเลือกแบบใดแบบหนึ่งไม่ได้ อย้าเพิ่งสงสัยนะคะว่าเรย์แค้นอะไรเทะฟูเหรอถึงได้ใจร้าย เรย์ก็ว่าตัวเองใจร้าย แต่เรย์รักเทะฟูนะคะ!!! ไม่งั้นไม่แต่งฟิคให้หรอก แล้วแต่ง 3 แบบนี่ยากสุดๆ (เข็ดจนตาย อิเรย์จะไม่โลภมากแต่ง 3 แบบอีกแล้ว T^T) เพราะรักถึงตัดใจไม่ได้...
เอ่อ เรย์เพ้ออะไรเนี่ย คงจะเบื่อกันแล้ว งั้นเรย์ไปก่อนล่ะค่ะ ^^
ปล.ถ้าไม่รบกวนเกินไป เม้นท์ไว้หน่อยได้ไหมคะว่าชอบตอนจบแบบไหนที่สุด แค่อยากรู้น่ะค่ะ
ปล.2 ขอบคุณน้องยูมากน๊า ที่โฆษณาฟิคให้ นี่บล็อกน้องยูค่ะ yusayo1994.exteen.com